
“กะเพรา โหระพา แมงลัก” เป็นสมุนไพรสายตระกูล กะเพรา-โหระพา (Ocimum) ที่คนไทยใช้ทำอาหารเกือบทุกบ้าน แต่หลายคนยังสับสนว่าใบไหนเป็นใบไหน เพราะหน้าตาคล้ายกันช่วงต้นอ่อน บทความนี้จะสรุปให้ชัดแบบดูด้วยตา-ดมด้วยจมูก-เลือกใช้ให้ตรงเมนู
| หัวข้อ | กะเพรา | โหระพา | แมงลัก |
|---|---|---|---|
| กลิ่น | ฉุน เผ็ดร้อน ชัดมาก | หอมหวาน นุ่ม ๆ คล้ายอนีส | หอมเย็น สดชื่น กลิ่นบางกว่า |
| ใบ | ค่อนข้างสาก มีขน ขอบหยักชัด | ใบเรียว เนียนกว่า ขอบหยักน้อยกว่า | ใบเล็กกว่า เนื้อบาง |
| สัมผัสเมื่อขยี้ | แรงและติดมือ กลิ่นฟุ้งทันที | หอมหวานออกนุ่ม | หอมเย็นเบา ๆ ไม่ฉุน |
| การใช้ในอาหาร | ผัดกะเพรา (พระเอก), เมนูเผ็ดจัด | แกงเขียวหวาน, ผัดฉ่า, เมนูหอมสมุนไพร | แกงเลียง, แกงหน่อไม้, เมนูน้ำ/ต้มที่อยากได้กลิ่นสด |
| เหมาะกับปลูก | แดดจัด โตไว ตัดยอดแตกพุ่มดี | แดดจัดถึงรำไร กลิ่นหอมดีเมื่อได้แดด | แดดจัดแต่ไม่แห้งเกิน ชอบน้ำสม่ำเสมอ |
ในตลาดทั่วไปมักพูดถึงกะเพราเป็นหลัก ๆ เช่น กะเพราขาว และ กะเพราแดง ความต่างที่เห็นง่ายคือ “สีของก้านและเส้นใบ” และ “ความเข้มของกลิ่น”
เคล็ดลับปลูกให้ใบหอม: กะเพราถ้าได้แดดเต็ม จะหอมกว่าและใบหนากว่า แนะนำตัดยอดบ่อย ๆ ให้แตกพุ่ม ใบอ่อนจะออกใหม่เรื่อย ๆ
โหระพามีกลิ่นหอมหวานนุ่ม ๆ ทำให้ “กลิ่นเครื่องแกง” ดูละมุนขึ้น เวลาลงท้ายหม้อ กลิ่นจะลอยขึ้นชัด และไม่ตีกับกะทิ จึงเป็นเหตุผลที่โหระพาเป็นคู่แท้ของแกงเขียวหวาน
ทริคใช้ในครัว: ใส่โหระพาช่วงท้าย ๆ และปิดไฟเร็ว ๆ จะได้กลิ่นหอมชัด ใบไม่ช้ำและไม่ดำง่าย
แมงลักให้กลิ่นหอมเย็นและสดชื่น เมื่อลงในเมนูน้ำ เช่น แกงเลียงหรือแกงหน่อไม้ กลิ่นจะช่วย “ยกความหอม” โดยไม่ทำให้เผ็ดฉุนเกินไป จึงเหมาะกับอาหารบ้าน ๆ ที่อยากได้กลิ่นสมุนไพรแบบสบาย ๆ
ทริคใช้ในครัว: ใส่แมงลักตอนปิดท้าย และคนเบา ๆ กลิ่นจะชัดและยังดูเขียวสวย
คำแนะนำ: ถ้าซื้อเป็นต้นกล้า ให้ติดป้ายชื่อไว้ตั้งแต่วันแรก เพราะพอแตกพุ่มแล้วจะคล้ายกันมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าปลูกใกล้กันและมีการผสมข้ามได้
ถ้าอยากได้กลิ่นแรงเผ็ดร้อน “ผัดแล้วหอมทะลุกระทะ” เลือก กะเพรา
ถ้าอยากได้กลิ่นหอมหวานละมุน เข้ากับแกงและผัดฉ่า เลือก โหระพา
ถ้าอยากได้กลิ่นหอมเย็น สดชื่น ลงแกงน้ำแล้วหอมแบบบ้าน ๆ เลือก แมงลัก