⇠ Back

รวมสายพันธุ์กะเพรา โหระพา แมงลัก แตกต่างกันอย่างไร

by Boxforfarm Teamเมื่อ 4 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
รวมสายพันธุ์กะเพรา โหระพา แมงลัก แตกต่างกันอย่างไร

“กะเพรา โหระพา แมงลัก” เป็นสมุนไพรสายตระกูล กะเพรา-โหระพา (Ocimum) ที่คนไทยใช้ทำอาหารเกือบทุกบ้าน แต่หลายคนยังสับสนว่าใบไหนเป็นใบไหน เพราะหน้าตาคล้ายกันช่วงต้นอ่อน บทความนี้จะสรุปให้ชัดแบบดูด้วยตา-ดมด้วยจมูก-เลือกใช้ให้ตรงเมนู

หัวข้อ: สมุนไพรสวนครัว เหมาะ: คนปลูก / คนทำอาหาร / ทำคอนเทนต์ อ่านจบแยกได้ทันที

สรุปเร็ว: ต่างกันตรงไหน “ชัดที่สุด”

กะเพรา

  • กลิ่น: เผ็ดร้อน ฉุนชัด “กลิ่นกะเพรา” มาแรง
  • ใบ: ใบค่อนข้างสาก มีขนเล็ก ๆ ขอบใบหยักชัด
  • เมนูเด่น: ผัดกะเพรา ต้มยำบางสูตร

โหระพา

  • กลิ่น: หอมหวาน นุ่มกว่า มีกลิ่นคล้าย “โป๊ยกั๊ก/อนีส” เบา ๆ
  • ใบ: ใบเรียว เนียนกว่า ขอบหยักไม่แรงเท่ากะเพรา
  • เมนูเด่น: แกงเขียวหวาน ผัดฉ่า ลาบบางแบบ

แมงลัก

  • กลิ่น: หอมเย็น สดชื่น กลิ่นนุ่ม ไม่ฉุน
  • ใบ: ใบเล็กกว่าโดยเฉลี่ย เนื้อบาง
  • เมนูเด่น: แกงเลียง แกงหน่อไม้ น้ำพริกบางชนิด

ทริคจำง่าย (สั้น ๆ)

  • กะเพรา = กลิ่นแรงเผ็ดร้อน ใบสาก
  • โหระพา = กลิ่นหวานหอม ใบเนียนกว่า
  • แมงลัก = กลิ่นหอมเย็น ใบค่อนข้างเล็ก

ตารางเทียบชัด ๆ: กะเพรา vs โหระพา vs แมงลัก

หัวข้อ กะเพรา โหระพา แมงลัก
กลิ่น ฉุน เผ็ดร้อน ชัดมาก หอมหวาน นุ่ม ๆ คล้ายอนีส หอมเย็น สดชื่น กลิ่นบางกว่า
ใบ ค่อนข้างสาก มีขน ขอบหยักชัด ใบเรียว เนียนกว่า ขอบหยักน้อยกว่า ใบเล็กกว่า เนื้อบาง
สัมผัสเมื่อขยี้ แรงและติดมือ กลิ่นฟุ้งทันที หอมหวานออกนุ่ม หอมเย็นเบา ๆ ไม่ฉุน
การใช้ในอาหาร ผัดกะเพรา (พระเอก), เมนูเผ็ดจัด แกงเขียวหวาน, ผัดฉ่า, เมนูหอมสมุนไพร แกงเลียง, แกงหน่อไม้, เมนูน้ำ/ต้มที่อยากได้กลิ่นสด
เหมาะกับปลูก แดดจัด โตไว ตัดยอดแตกพุ่มดี แดดจัดถึงรำไร กลิ่นหอมดีเมื่อได้แดด แดดจัดแต่ไม่แห้งเกิน ชอบน้ำสม่ำเสมอ

เจาะลึก “กะเพรา” มีกี่แบบ? (ที่คนปลูกเจอบ่อย)

ในตลาดทั่วไปมักพูดถึงกะเพราเป็นหลัก ๆ เช่น กะเพราขาว และ กะเพราแดง ความต่างที่เห็นง่ายคือ “สีของก้านและเส้นใบ” และ “ความเข้มของกลิ่น”

  • กะเพราขาว: ก้านเขียวอ่อน/เขียว กลิ่นแรงแบบมาตรฐาน เหมาะทำผัดกะเพราทั่วไป
  • กะเพราแดง: ก้านอมม่วง/แดง ใบเข้มกว่า กลิ่นมักจะ “จัด” และหอมลึก เหมาะผัดกะเพรากลิ่นเด่น ๆ

เคล็ดลับปลูกให้ใบหอม: กะเพราถ้าได้แดดเต็ม จะหอมกว่าและใบหนากว่า แนะนำตัดยอดบ่อย ๆ ให้แตกพุ่ม ใบอ่อนจะออกใหม่เรื่อย ๆ

เจาะลึก “โหระพา” ทำไมถึงเข้ากับแกงเขียวหวาน

โหระพามีกลิ่นหอมหวานนุ่ม ๆ ทำให้ “กลิ่นเครื่องแกง” ดูละมุนขึ้น เวลาลงท้ายหม้อ กลิ่นจะลอยขึ้นชัด และไม่ตีกับกะทิ จึงเป็นเหตุผลที่โหระพาเป็นคู่แท้ของแกงเขียวหวาน

ทริคใช้ในครัว: ใส่โหระพาช่วงท้าย ๆ และปิดไฟเร็ว ๆ จะได้กลิ่นหอมชัด ใบไม่ช้ำและไม่ดำง่าย

เจาะลึก “แมงลัก” ทำไมเหมาะกับเมนูต้ม/แกงน้ำ

แมงลักให้กลิ่นหอมเย็นและสดชื่น เมื่อลงในเมนูน้ำ เช่น แกงเลียงหรือแกงหน่อไม้ กลิ่นจะช่วย “ยกความหอม” โดยไม่ทำให้เผ็ดฉุนเกินไป จึงเหมาะกับอาหารบ้าน ๆ ที่อยากได้กลิ่นสมุนไพรแบบสบาย ๆ

ทริคใช้ในครัว: ใส่แมงลักตอนปิดท้าย และคนเบา ๆ กลิ่นจะชัดและยังดูเขียวสวย

วิธีแยกตอนต้นอ่อน (มือใหม่ปลูกมักสับสน)

  • ดูขนที่ใบ: กะเพรามักมีขนและผิวสากกว่า
  • ขยี้แล้วดม: กะเพรากลิ่นพุ่งแรง / โหระพาหอมหวาน / แมงลักหอมเย็นเบา
  • ดูทรงใบ: โหระพามักใบเรียวและดูเนียนกว่า ส่วนแมงลักใบมักเล็กและบางกว่า

คำแนะนำ: ถ้าซื้อเป็นต้นกล้า ให้ติดป้ายชื่อไว้ตั้งแต่วันแรก เพราะพอแตกพุ่มแล้วจะคล้ายกันมากขึ้น โดยเฉพาะถ้าปลูกใกล้กันและมีการผสมข้ามได้

สรุป: เลือกให้ตรงเมนู ปลูกให้ตรงใจ

ถ้าอยากได้กลิ่นแรงเผ็ดร้อน “ผัดแล้วหอมทะลุกระทะ” เลือก กะเพรา
ถ้าอยากได้กลิ่นหอมหวานละมุน เข้ากับแกงและผัดฉ่า เลือก โหระพา
ถ้าอยากได้กลิ่นหอมเย็น สดชื่น ลงแกงน้ำแล้วหอมแบบบ้าน ๆ เลือก แมงลัก

#กะเพรา #โหระพา #แมงลัก #สมุนไพรสวนครัว #ปลูกผักกินเอง