มะเขือเทศแต่ละสายพันธุ์มีขนาดทรงพุ่ม ความสูง และรูปแบบการเจริญเติบโตแตกต่างกัน มะเขือเทศพุ่มเตี้ยอาจปลูกได้ในกระบะขนาดกะทัดรัด ขณะที่พันธุ์เลื้อยหรือพันธุ์ผลใหญ่ ต้องการดินลึก พื้นที่รากมาก และค้างที่แข็งแรง หากเลือกกระบะเล็กหรือตื้นเกินไป ต้นจะขาดน้ำง่าย ธาตุอาหารไม่พอ ดอกร่วง และให้ผลผลิตลดลง
ก่อนเลือกกระบะ ต้องรู้ลักษณะการเติบโตของมะเขือเทศ
การเลือกกระบะไม่ควรพิจารณาจากขนาดผลเพียงอย่างเดียว เพราะมะเขือเทศผลเล็กบางสายพันธุ์ เช่น มะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย สามารถเติบโตสูงกว่า 2 เมตรและมีระบบรากขนาดใหญ่กว่า มะเขือเทศผลใหญ่แบบพุ่มเตี้ยได้
มะเขือเทศแบ่งตามลักษณะการเจริญเติบโตได้เป็น 2 กลุ่มสำคัญ ได้แก่
1. มะเขือเทศแบบพุ่มเตี้ย
มะเขือเทศกลุ่มนี้จะหยุดการเจริญเติบโตทางยอดเมื่อสร้างช่อดอกจำนวนหนึ่งแล้ว มีทรงต้นค่อนข้างกะทัดรัด ออกผลในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และเหมาะกับพื้นที่จำกัด แต่ยังต้องมีดินมากพอสำหรับรักษาความชื้นในช่วงติดผล
2. มะเขือเทศแบบเลื้อยหรือเติบโตต่อเนื่อง
ยอดของต้นสามารถเติบโตต่อเนื่องและสร้างช่อดอกเพิ่มได้เรื่อย ๆ หากสภาพอากาศเหมาะสม ต้นอาจสูงประมาณ 1.8–3 เมตร จึงต้องใช้กระบะลึก มีพื้นที่รากมาก และติดตั้งค้างหรือเชือก พยุงต้นอย่างแข็งแรง
ตารางเลือกขนาดกระบะตามประเภทมะเขือเทศ
| ประเภทมะเขือเทศ | ความลึกดินขั้นต่ำ | พื้นที่ต่อต้น | ระยะปลูก | ขนาดกระบะต่อต้นโดยประมาณ |
|---|---|---|---|---|
| มะเขือเทศแคระ | 25–30 ซม. | 25–35 ลิตร | 30–40 ซม. | กว้าง 40 × ยาว 40 × ลึก 30 ซม. |
| มะเขือเทศพุ่มเตี้ย | 30–35 ซม. | 35–50 ลิตร | 40–50 ซม. | กว้าง 50 × ยาว 50 × ลึก 35 ซม. |
| มะเขือเทศสีดาพุ่ม | 30–40 ซม. | 40–60 ลิตร | 45–55 ซม. | กว้าง 50 × ยาว 60 × ลึก 35–40 ซม. |
| มะเขือเทศเชอร์รีแบบพุ่ม | 30–35 ซม. | 35–50 ลิตร | 40–50 ซม. | กว้าง 50 × ยาว 50 × ลึก 35 ซม. |
| มะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย | 40–45 ซม. | 50–70 ลิตร | 50–60 ซม. | กว้าง 60 × ยาว 60 × ลึก 40–45 ซม. |
| มะเขือเทศรับประทานสดผลกลาง | 40–45 ซม. | 60–80 ลิตร | 55–65 ซม. | กว้าง 60 × ยาว 70 × ลึก 40–45 ซม. |
| มะเขือเทศผลใหญ่ | 45–50 ซม. | 70–100 ลิตร | 60–75 ซม. | กว้าง 70 × ยาว 70 × ลึก 45–50 ซม. |
| มะเขือเทศพันธุ์เลื้อยให้ผลต่อเนื่อง | 45–50 ซม. | 70–100 ลิตร | 60–75 ซม. | กว้าง 70 × ยาว 70 × ลึก 45–50 ซม. |
ขนาดข้างต้นเป็นแนวทางสำหรับการปลูกในวัสดุปลูกที่โปร่งและมีการให้น้ำสม่ำเสมอ หากพื้นที่มีอากาศร้อนจัดหรือไม่สามารถให้น้ำได้บ่อย ควรเพิ่มปริมาตรดินเพื่อช่วยรักษาความชื้น
มะเขือเทศแคระและพันธุ์สำหรับพื้นที่จำกัด
มะเขือเทศแคระมีความสูงประมาณ 20–60 เซนติเมตร เหมาะกับระเบียง พื้นที่ข้างบ้าน หรือกระบะปลูกแบบยกขาสูง สามารถปลูกในดินลึกประมาณ 25–30 เซนติเมตรได้ แต่ไม่ควรลดปริมาตรดินจนต่ำกว่า 25 ลิตรต่อต้น
- ความลึกดิน: 25–30 เซนติเมตร
- ระยะห่าง: 30–40 เซนติเมตร
- จำนวนแถว: ปลูกได้ 1–2 แถวตามความกว้างกระบะ
- ความสูงโครงมุ้ง: ประมาณ 100–140 เซนติเมตร
- ค้างพยุงต้น: ใช้หลักสั้นหรือกรงพยุงขนาดเล็ก
แม้ต้นจะมีขนาดเล็ก แต่กระบะตื้นจะสูญเสียความชื้นเร็ว โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใต้โครงมุ้งกลางแดด จึงควรคลุมหน้าดินและใช้ระบบน้ำหยดเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของความชื้น
มะเขือเทศพุ่มเตี้ยและมะเขือเทศสีดา
มะเขือเทศสีดาและพันธุ์พุ่มเตี้ยที่นิยมปลูกในสวนครัวมีทรงพุ่มกว้างกว่าพันธุ์แคระ ควรมีดินลึกประมาณ 30–40 เซนติเมตร และเว้นระยะระหว่างต้นประมาณ 45–55 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศผ่านได้สะดวก
- กระบะปลูกแถวเดียว: กว้าง 60–80 เซนติเมตร
- กระบะปลูกสองแถว: กว้าง 100–120 เซนติเมตร
- ความลึกดิน: 30–40 เซนติเมตร
- พื้นที่ต่อต้น: ประมาณ 40–60 ลิตร
- ความสูงโครงมุ้ง: ประมาณ 160–180 เซนติเมตร
หากปลูกสองแถวควรวางต้นสลับฟันปลา ไม่ควรวางตรงกันทุกต้น เพราะใบจะซ้อนกันเป็นแนว ทำให้กลางกระบะอับชื้นและตรวจสอบใต้ใบได้ยาก
มะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย
มะเขือเทศเชอร์รีมีผลขนาดเล็ก แต่หลายสายพันธุ์เติบโตต่อเนื่องและมีต้นขนาดใหญ่ จึงไม่ควรใช้กระบะขนาดเล็กตามขนาดของผล ต้นหนึ่งควรได้รับดินประมาณ 50–70 ลิตร และมีความลึกอย่างน้อย 40 เซนติเมตร
- ความลึกดิน: 40–45 เซนติเมตร
- ระยะปลูก: 50–60 เซนติเมตร
- ความกว้างกระบะแถวเดียว: 70–80 เซนติเมตร
- ความกว้างกระบะสองแถว: 110–120 เซนติเมตร
- ความสูงโครงมุ้ง: ประมาณ 200–220 เซนติเมตร
ควรติดตั้งเชือกพยุงต้นจากโครงค้างด้านบน และแยกโครงค้างออกจากโครงมุ้งกันแมลง เพื่อป้องกันน้ำหนักของต้นและผลดึงให้มุ้งหย่อนหรือฉีกขาด
มะเขือเทศผลกลางสำหรับรับประทานสด
มะเขือเทศผลกลางต้องรักษาความชื้นในดินให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงขยายขนาดผล หากกระบะเล็กเกินไป ดินจะแห้งเร็วและกลับมาเปียกมากเมื่อรดน้ำ ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลแตกและการดูดธาตุอาหารไม่สมดุล
- ความลึกดิน: 40–45 เซนติเมตร
- ปริมาตรดิน: 60–80 ลิตรต่อต้น
- ระยะปลูก: 55–65 เซนติเมตร
- ความสูงค้าง: ประมาณ 180–220 เซนติเมตร
- รูปแบบที่เหมาะสม: ปลูกแถวเดียวหรือสองแถวสลับฟันปลา
มะเขือเทศผลใหญ่
มะเขือเทศผลใหญ่ต้องการระบบรากแข็งแรงเพื่อส่งน้ำและธาตุอาหารไปเลี้ยงผล จึงควรใช้ดินลึกประมาณ 45–50 เซนติเมตร และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 70 ลิตรต่อต้น หากปลูกในอากาศร้อนควรเพิ่มปริมาตรดินเป็นประมาณ 80–100 ลิตรต่อต้น
- ความลึกดิน: 45–50 เซนติเมตร
- ระยะปลูก: 60–75 เซนติเมตร
- ความกว้างกระบะแถวเดียว: ประมาณ 80 เซนติเมตร
- ความกว้างกระบะสองแถว: ประมาณ 120 เซนติเมตร
- โครงค้าง: ต้องแข็งแรงและรับน้ำหนักผลได้ดี
ไม่ควรเพิ่มจำนวนต้นเพื่อหวังให้ได้ผลผลิตมากขึ้น เพราะเมื่อพื้นที่รากและทรงพุ่มไม่เพียงพอ ต้นจะแย่งน้ำ แสง และธาตุอาหารกัน ส่งผลให้ขนาดและคุณภาพของผลลดลง
ขนาดกระบะสำหรับปลูกหลายต้น
| จำนวนต้น | มะเขือเทศพุ่มเตี้ย | มะเขือเทศเชอร์รีเลื้อย | มะเขือเทศผลใหญ่ |
|---|---|---|---|
| 2 ต้น | 60 × 120 × ลึก 35 ซม. | 70 × 140 × ลึก 40 ซม. | 80 × 160 × ลึก 45 ซม. |
| 4 ต้น | 80 × 200 × ลึก 35–40 ซม. | 80 × 240 × ลึก 40–45 ซม. | 90 × 280 × ลึก 45–50 ซม. |
| 6 ต้น | 100 × 200 × ลึก 35–40 ซม. | 110 × 240 × ลึก 40–45 ซม. | 120 × 300 × ลึก 45–50 ซม. |
| 8 ต้น | 110 × 240 × ลึก 35–40 ซม. | 120 × 300 × ลึก 40–45 ซม. | 120 × 360 × ลึก 45–50 ซม. |
ขนาดในตารางเป็นค่าประมาณสำหรับการจัดต้นอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงพื้นที่รากและการถ่ายเทอากาศ หากไม่แต่งกิ่งหรือเลือกพันธุ์ที่มีทรงพุ่มกว้าง ควรลดจำนวนต้นต่อกระบะลง
กระบะควรกว้างเท่าไรจึงดูแลง่าย
ความกว้างที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นมะเขือเทศอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงระยะเอื้อมของผู้ดูแลด้วย กระบะที่เข้าถึงได้จากสองด้านไม่ควรกว้างเกิน 120 เซนติเมตร ส่วนกระบะที่เข้าถึงได้เพียงด้านเดียว ควรกว้างประมาณ 60–70 เซนติเมตร
- เข้าถึงได้ด้านเดียว: กว้าง 60–70 เซนติเมตร
- เข้าถึงได้สองด้าน: กว้าง 80–120 เซนติเมตร
- กระบะติดผนัง: ควรปลูกเพียงแถวเดียว
- กระบะกลางสวน: สามารถปลูกสองแถวสลับฟันปลา
ไม่ควรทำกระบะกว้างจนต้องเหยียบลงบนดิน เพราะน้ำหนักจะทำให้ดินแน่น ช่องอากาศลดลง และรากมะเขือเทศเจริญได้ไม่เต็มที่
ทำไมความลึกของดินจึงสำคัญ
ความลึกของดินมีผลต่อปริมาณน้ำ ธาตุอาหาร อุณหภูมิบริเวณราก และความมั่นคงของต้น กระบะที่ลึกขึ้นจะมีปริมาตรดินมาก ทำให้ความชื้นเปลี่ยนแปลงช้ากว่ากระบะตื้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในช่วงที่มะเขือเทศกำลังติดผล
- ดินลึกช่วยให้รากแผ่กระจายและดูดธาตุอาหารได้มากขึ้น
- ช่วยลดความถี่ในการให้น้ำเมื่ออากาศร้อน
- ทำให้อุณหภูมิรอบรากเปลี่ยนแปลงช้าลง
- ช่วยพยุงต้นและลดโอกาสต้นล้ม
- ลดความเครียดจากการแห้งและเปียกสลับกันอย่างรวดเร็ว
ความสูงกระบะไม่เท่ากับความลึกของดิน
กระบะอาจมีความสูงจากพื้น 60 เซนติเมตร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเติมดินเต็มทั้งหมด ในทางกลับกัน กระบะสูง 40 เซนติเมตรอาจมีความลึกดินจริงเพียง 30 เซนติเมตร หากมีชั้นก้นกระบะหรือเว้นพื้นที่ขอบบนมากเกินไป
ก่อนสร้างกระบะจึงควรกำหนด “ระดับดินใช้งานจริง” และเว้นระดับผิวดินต่ำกว่าขอบกระบะ ประมาณ 5–10 เซนติเมตร เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับคลุมดิน ใส่ปุ๋ยหมัก และป้องกันดินไหลออก
คำนวณปริมาตรดินก่อนสร้างกระบะ
สามารถคำนวณปริมาตรดินโดยใช้สูตรต่อไปนี้
ปริมาตรดิน (ลูกบาศก์เมตร) = ความกว้าง (เมตร) × ความยาว (เมตร) × ความลึกดิน (เมตร)
ตัวอย่าง กระบะกว้าง 1.2 เมตร ยาว 3 เมตร และใส่ดินลึก 0.4 เมตร
1.2 × 3 × 0.4 = 1.44 ลูกบาศก์เมตร
ดังนั้น กระบะนี้ต้องใช้วัสดุปลูกประมาณ 1.44 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 1,440 ลิตร ควรเตรียมวัสดุเพิ่มเติมเล็กน้อย เพราะดินผสมจะยุบตัวหลังรดน้ำและใช้งานไประยะหนึ่ง
เลือกความลึกให้เหมาะกับสภาพอากาศ
พื้นที่ซึ่งมีอากาศร้อนและแดดแรงควรเลือกกระบะลึกกว่าค่าขั้นต่ำประมาณ 5–10 เซนติเมตร เพราะกระบะตื้นจะแห้งเร็ว โดยเฉพาะกระบะโลหะหรือกระบะที่ได้รับแดดบริเวณผนังตลอดวัน
ในช่วงฤดูฝน ความลึกของกระบะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้น้ำขัง หากใช้วัสดุปลูกโปร่ง และมีทางระบายน้ำที่เหมาะสม กระบะลึกจะช่วยให้รากมีพื้นที่มากขึ้นได้ ปัญหาสำคัญคือก้นกระบะปิดทึบ ดินแน่น หรือรูระบายน้ำอุดตัน
ปรับขนาดกระบะเมื่อใช้มุ้งกันแมลง
กระบะที่อยู่ภายในมุ้งกันแมลงต้องมีพื้นที่เผื่อสำหรับทรงพุ่ม ทางเดิน และการเปิดประตู ไม่ควรให้ใบมะเขือเทศสัมผัสมุ้ง เพราะแมลงที่อยู่ด้านนอกอาจเข้าถึงใบผ่านตาข่ายได้ และใบที่แนบมุ้งจะระบายอากาศไม่ดี
- เว้นระยะจากต้นริมถึงมุ้งอย่างน้อยประมาณ 20–30 เซนติเมตร
- เว้นทางเดินดูแลต้นประมาณ 60–80 เซนติเมตร
- ทำโครงมุ้งสูงกว่าความสูงค้างประมาณ 10–20 เซนติเมตร
- แยกโครงพยุงต้นออกจากโครงมุ้ง
- หลีกเลี่ยงการปลูกหนาแน่นเพราะภายในมุ้งถ่ายเทอากาศน้อยกว่าพื้นที่เปิด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เลือกกระบะตามขนาดผล: มะเขือเทศเชอร์รีผลเล็กอาจมีต้นและระบบรากขนาดใหญ่ได้
- ใช้กระบะตื้นกว่า 25 เซนติเมตร: ดินแห้งเร็วและไม่เหมาะกับการปลูกมะเขือเทศระยะยาว
- ปลูกหลายต้นเกินไป: รากและทรงพุ่มแย่งพื้นที่กัน ทำให้โรคระบาดง่าย
- นับความสูงภายนอกเป็นความลึกดิน: ต้องวัดระดับดินใช้งานจริงภายในกระบะ
- ไม่เผื่อพื้นที่สำหรับค้าง: การปักเสาภายหลังอาจทำให้รากเสียหาย
- ไม่เผื่อระยะระหว่างต้นกับมุ้ง: ใบสัมผัสตาข่ายและภายในมีความชื้นสูง
คำแนะนำสำหรับกระบะอเนกประสงค์
หากยังไม่ได้เลือกสายพันธุ์และต้องการสร้างกระบะที่สามารถปลูกมะเขือเทศได้หลายประเภท ขนาดที่ใช้งานได้ยืดหยุ่นคือ กว้าง 100–120 เซนติเมตร ยาว 240–300 เซนติเมตร และมีความลึกดินประมาณ 40–45 เซนติเมตร
กระบะขนาดนี้สามารถปลูกมะเขือเทศพุ่มเตี้ยได้ประมาณ 6–8 ต้น หรือปลูกมะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อยและมะเขือเทศผลใหญ่ได้ประมาณ 4–6 ต้น โดยจัดเป็นสองแถวสลับฟันปลาและควบคุมทรงต้นอย่างสม่ำเสมอ
สรุป
มะเขือเทศแคระควรมีดินลึกอย่างน้อย 25–30 เซนติเมตร มะเขือเทศพุ่มเตี้ยควรลึก 30–40 เซนติเมตร ส่วนมะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย มะเขือเทศผลกลาง และพันธุ์ผลใหญ่ ควรมีดินลึกประมาณ 40–50 เซนติเมตร พร้อมพื้นที่ดินประมาณ 50–100 ลิตรต่อต้น
สิ่งสำคัญคือเลือกขนาดจากลักษณะการเติบโตของต้น ไม่ใช่ดูจากขนาดผลเพียงอย่างเดียว กระบะที่มีปริมาตรดินเพียงพอจะรักษาน้ำและธาตุอาหารได้สม่ำเสมอ ทำให้รากเดินดี ต้นแข็งแรง และดูแลได้ง่ายตลอดรอบการปลูก

