⇠ Back

เลือกขนาดกระบะและความลึกของดินให้เหมาะกับมะเขือเทศแต่ละสายพันธุ์

by Boxforfarm Teamเมื่อ 21 ชั่วโมง ที่ผ่านมา
เลือกขนาดกระบะและความลึกของดินให้เหมาะกับมะเขือเทศแต่ละสายพันธุ์

มะเขือเทศแต่ละสายพันธุ์มีขนาดทรงพุ่ม ความสูง และรูปแบบการเจริญเติบโตแตกต่างกัน มะเขือเทศพุ่มเตี้ยอาจปลูกได้ในกระบะขนาดกะทัดรัด ขณะที่พันธุ์เลื้อยหรือพันธุ์ผลใหญ่ ต้องการดินลึก พื้นที่รากมาก และค้างที่แข็งแรง หากเลือกกระบะเล็กหรือตื้นเกินไป ต้นจะขาดน้ำง่าย ธาตุอาหารไม่พอ ดอกร่วง และให้ผลผลิตลดลง

ก่อนเลือกกระบะ ต้องรู้ลักษณะการเติบโตของมะเขือเทศ

การเลือกกระบะไม่ควรพิจารณาจากขนาดผลเพียงอย่างเดียว เพราะมะเขือเทศผลเล็กบางสายพันธุ์ เช่น มะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย สามารถเติบโตสูงกว่า 2 เมตรและมีระบบรากขนาดใหญ่กว่า มะเขือเทศผลใหญ่แบบพุ่มเตี้ยได้

มะเขือเทศแบ่งตามลักษณะการเจริญเติบโตได้เป็น 2 กลุ่มสำคัญ ได้แก่

1. มะเขือเทศแบบพุ่มเตี้ย

มะเขือเทศกลุ่มนี้จะหยุดการเจริญเติบโตทางยอดเมื่อสร้างช่อดอกจำนวนหนึ่งแล้ว มีทรงต้นค่อนข้างกะทัดรัด ออกผลในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน และเหมาะกับพื้นที่จำกัด แต่ยังต้องมีดินมากพอสำหรับรักษาความชื้นในช่วงติดผล

2. มะเขือเทศแบบเลื้อยหรือเติบโตต่อเนื่อง

ยอดของต้นสามารถเติบโตต่อเนื่องและสร้างช่อดอกเพิ่มได้เรื่อย ๆ หากสภาพอากาศเหมาะสม ต้นอาจสูงประมาณ 1.8–3 เมตร จึงต้องใช้กระบะลึก มีพื้นที่รากมาก และติดตั้งค้างหรือเชือก พยุงต้นอย่างแข็งแรง

ตารางเลือกขนาดกระบะตามประเภทมะเขือเทศ

ประเภทมะเขือเทศ ความลึกดินขั้นต่ำ พื้นที่ต่อต้น ระยะปลูก ขนาดกระบะต่อต้นโดยประมาณ
มะเขือเทศแคระ 25–30 ซม. 25–35 ลิตร 30–40 ซม. กว้าง 40 × ยาว 40 × ลึก 30 ซม.
มะเขือเทศพุ่มเตี้ย 30–35 ซม. 35–50 ลิตร 40–50 ซม. กว้าง 50 × ยาว 50 × ลึก 35 ซม.
มะเขือเทศสีดาพุ่ม 30–40 ซม. 40–60 ลิตร 45–55 ซม. กว้าง 50 × ยาว 60 × ลึก 35–40 ซม.
มะเขือเทศเชอร์รีแบบพุ่ม 30–35 ซม. 35–50 ลิตร 40–50 ซม. กว้าง 50 × ยาว 50 × ลึก 35 ซม.
มะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย 40–45 ซม. 50–70 ลิตร 50–60 ซม. กว้าง 60 × ยาว 60 × ลึก 40–45 ซม.
มะเขือเทศรับประทานสดผลกลาง 40–45 ซม. 60–80 ลิตร 55–65 ซม. กว้าง 60 × ยาว 70 × ลึก 40–45 ซม.
มะเขือเทศผลใหญ่ 45–50 ซม. 70–100 ลิตร 60–75 ซม. กว้าง 70 × ยาว 70 × ลึก 45–50 ซม.
มะเขือเทศพันธุ์เลื้อยให้ผลต่อเนื่อง 45–50 ซม. 70–100 ลิตร 60–75 ซม. กว้าง 70 × ยาว 70 × ลึก 45–50 ซม.

ขนาดข้างต้นเป็นแนวทางสำหรับการปลูกในวัสดุปลูกที่โปร่งและมีการให้น้ำสม่ำเสมอ หากพื้นที่มีอากาศร้อนจัดหรือไม่สามารถให้น้ำได้บ่อย ควรเพิ่มปริมาตรดินเพื่อช่วยรักษาความชื้น

มะเขือเทศแคระและพันธุ์สำหรับพื้นที่จำกัด

มะเขือเทศแคระมีความสูงประมาณ 20–60 เซนติเมตร เหมาะกับระเบียง พื้นที่ข้างบ้าน หรือกระบะปลูกแบบยกขาสูง สามารถปลูกในดินลึกประมาณ 25–30 เซนติเมตรได้ แต่ไม่ควรลดปริมาตรดินจนต่ำกว่า 25 ลิตรต่อต้น

  • ความลึกดิน: 25–30 เซนติเมตร
  • ระยะห่าง: 30–40 เซนติเมตร
  • จำนวนแถว: ปลูกได้ 1–2 แถวตามความกว้างกระบะ
  • ความสูงโครงมุ้ง: ประมาณ 100–140 เซนติเมตร
  • ค้างพยุงต้น: ใช้หลักสั้นหรือกรงพยุงขนาดเล็ก

แม้ต้นจะมีขนาดเล็ก แต่กระบะตื้นจะสูญเสียความชื้นเร็ว โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใต้โครงมุ้งกลางแดด จึงควรคลุมหน้าดินและใช้ระบบน้ำหยดเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงของความชื้น

มะเขือเทศพุ่มเตี้ยและมะเขือเทศสีดา

มะเขือเทศสีดาและพันธุ์พุ่มเตี้ยที่นิยมปลูกในสวนครัวมีทรงพุ่มกว้างกว่าพันธุ์แคระ ควรมีดินลึกประมาณ 30–40 เซนติเมตร และเว้นระยะระหว่างต้นประมาณ 45–55 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศผ่านได้สะดวก

  • กระบะปลูกแถวเดียว: กว้าง 60–80 เซนติเมตร
  • กระบะปลูกสองแถว: กว้าง 100–120 เซนติเมตร
  • ความลึกดิน: 30–40 เซนติเมตร
  • พื้นที่ต่อต้น: ประมาณ 40–60 ลิตร
  • ความสูงโครงมุ้ง: ประมาณ 160–180 เซนติเมตร

หากปลูกสองแถวควรวางต้นสลับฟันปลา ไม่ควรวางตรงกันทุกต้น เพราะใบจะซ้อนกันเป็นแนว ทำให้กลางกระบะอับชื้นและตรวจสอบใต้ใบได้ยาก

มะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย

มะเขือเทศเชอร์รีมีผลขนาดเล็ก แต่หลายสายพันธุ์เติบโตต่อเนื่องและมีต้นขนาดใหญ่ จึงไม่ควรใช้กระบะขนาดเล็กตามขนาดของผล ต้นหนึ่งควรได้รับดินประมาณ 50–70 ลิตร และมีความลึกอย่างน้อย 40 เซนติเมตร

  • ความลึกดิน: 40–45 เซนติเมตร
  • ระยะปลูก: 50–60 เซนติเมตร
  • ความกว้างกระบะแถวเดียว: 70–80 เซนติเมตร
  • ความกว้างกระบะสองแถว: 110–120 เซนติเมตร
  • ความสูงโครงมุ้ง: ประมาณ 200–220 เซนติเมตร

ควรติดตั้งเชือกพยุงต้นจากโครงค้างด้านบน และแยกโครงค้างออกจากโครงมุ้งกันแมลง เพื่อป้องกันน้ำหนักของต้นและผลดึงให้มุ้งหย่อนหรือฉีกขาด

มะเขือเทศผลกลางสำหรับรับประทานสด

มะเขือเทศผลกลางต้องรักษาความชื้นในดินให้สม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงขยายขนาดผล หากกระบะเล็กเกินไป ดินจะแห้งเร็วและกลับมาเปียกมากเมื่อรดน้ำ ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลแตกและการดูดธาตุอาหารไม่สมดุล

  • ความลึกดิน: 40–45 เซนติเมตร
  • ปริมาตรดิน: 60–80 ลิตรต่อต้น
  • ระยะปลูก: 55–65 เซนติเมตร
  • ความสูงค้าง: ประมาณ 180–220 เซนติเมตร
  • รูปแบบที่เหมาะสม: ปลูกแถวเดียวหรือสองแถวสลับฟันปลา

มะเขือเทศผลใหญ่

มะเขือเทศผลใหญ่ต้องการระบบรากแข็งแรงเพื่อส่งน้ำและธาตุอาหารไปเลี้ยงผล จึงควรใช้ดินลึกประมาณ 45–50 เซนติเมตร และมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 70 ลิตรต่อต้น หากปลูกในอากาศร้อนควรเพิ่มปริมาตรดินเป็นประมาณ 80–100 ลิตรต่อต้น

  • ความลึกดิน: 45–50 เซนติเมตร
  • ระยะปลูก: 60–75 เซนติเมตร
  • ความกว้างกระบะแถวเดียว: ประมาณ 80 เซนติเมตร
  • ความกว้างกระบะสองแถว: ประมาณ 120 เซนติเมตร
  • โครงค้าง: ต้องแข็งแรงและรับน้ำหนักผลได้ดี

ไม่ควรเพิ่มจำนวนต้นเพื่อหวังให้ได้ผลผลิตมากขึ้น เพราะเมื่อพื้นที่รากและทรงพุ่มไม่เพียงพอ ต้นจะแย่งน้ำ แสง และธาตุอาหารกัน ส่งผลให้ขนาดและคุณภาพของผลลดลง

ขนาดกระบะสำหรับปลูกหลายต้น

จำนวนต้น มะเขือเทศพุ่มเตี้ย มะเขือเทศเชอร์รีเลื้อย มะเขือเทศผลใหญ่
2 ต้น 60 × 120 × ลึก 35 ซม. 70 × 140 × ลึก 40 ซม. 80 × 160 × ลึก 45 ซม.
4 ต้น 80 × 200 × ลึก 35–40 ซม. 80 × 240 × ลึก 40–45 ซม. 90 × 280 × ลึก 45–50 ซม.
6 ต้น 100 × 200 × ลึก 35–40 ซม. 110 × 240 × ลึก 40–45 ซม. 120 × 300 × ลึก 45–50 ซม.
8 ต้น 110 × 240 × ลึก 35–40 ซม. 120 × 300 × ลึก 40–45 ซม. 120 × 360 × ลึก 45–50 ซม.

ขนาดในตารางเป็นค่าประมาณสำหรับการจัดต้นอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงพื้นที่รากและการถ่ายเทอากาศ หากไม่แต่งกิ่งหรือเลือกพันธุ์ที่มีทรงพุ่มกว้าง ควรลดจำนวนต้นต่อกระบะลง

กระบะควรกว้างเท่าไรจึงดูแลง่าย

ความกว้างที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นอยู่กับต้นมะเขือเทศอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงระยะเอื้อมของผู้ดูแลด้วย กระบะที่เข้าถึงได้จากสองด้านไม่ควรกว้างเกิน 120 เซนติเมตร ส่วนกระบะที่เข้าถึงได้เพียงด้านเดียว ควรกว้างประมาณ 60–70 เซนติเมตร

  • เข้าถึงได้ด้านเดียว: กว้าง 60–70 เซนติเมตร
  • เข้าถึงได้สองด้าน: กว้าง 80–120 เซนติเมตร
  • กระบะติดผนัง: ควรปลูกเพียงแถวเดียว
  • กระบะกลางสวน: สามารถปลูกสองแถวสลับฟันปลา

ไม่ควรทำกระบะกว้างจนต้องเหยียบลงบนดิน เพราะน้ำหนักจะทำให้ดินแน่น ช่องอากาศลดลง และรากมะเขือเทศเจริญได้ไม่เต็มที่

ทำไมความลึกของดินจึงสำคัญ

ความลึกของดินมีผลต่อปริมาณน้ำ ธาตุอาหาร อุณหภูมิบริเวณราก และความมั่นคงของต้น กระบะที่ลึกขึ้นจะมีปริมาตรดินมาก ทำให้ความชื้นเปลี่ยนแปลงช้ากว่ากระบะตื้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในช่วงที่มะเขือเทศกำลังติดผล

  • ดินลึกช่วยให้รากแผ่กระจายและดูดธาตุอาหารได้มากขึ้น
  • ช่วยลดความถี่ในการให้น้ำเมื่ออากาศร้อน
  • ทำให้อุณหภูมิรอบรากเปลี่ยนแปลงช้าลง
  • ช่วยพยุงต้นและลดโอกาสต้นล้ม
  • ลดความเครียดจากการแห้งและเปียกสลับกันอย่างรวดเร็ว

ความสูงกระบะไม่เท่ากับความลึกของดิน

กระบะอาจมีความสูงจากพื้น 60 เซนติเมตร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเติมดินเต็มทั้งหมด ในทางกลับกัน กระบะสูง 40 เซนติเมตรอาจมีความลึกดินจริงเพียง 30 เซนติเมตร หากมีชั้นก้นกระบะหรือเว้นพื้นที่ขอบบนมากเกินไป

ก่อนสร้างกระบะจึงควรกำหนด “ระดับดินใช้งานจริง” และเว้นระดับผิวดินต่ำกว่าขอบกระบะ ประมาณ 5–10 เซนติเมตร เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับคลุมดิน ใส่ปุ๋ยหมัก และป้องกันดินไหลออก

คำนวณปริมาตรดินก่อนสร้างกระบะ

สามารถคำนวณปริมาตรดินโดยใช้สูตรต่อไปนี้

ปริมาตรดิน (ลูกบาศก์เมตร) = ความกว้าง (เมตร) × ความยาว (เมตร) × ความลึกดิน (เมตร)

ตัวอย่าง กระบะกว้าง 1.2 เมตร ยาว 3 เมตร และใส่ดินลึก 0.4 เมตร

1.2 × 3 × 0.4 = 1.44 ลูกบาศก์เมตร

ดังนั้น กระบะนี้ต้องใช้วัสดุปลูกประมาณ 1.44 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 1,440 ลิตร ควรเตรียมวัสดุเพิ่มเติมเล็กน้อย เพราะดินผสมจะยุบตัวหลังรดน้ำและใช้งานไประยะหนึ่ง

เลือกความลึกให้เหมาะกับสภาพอากาศ

พื้นที่ซึ่งมีอากาศร้อนและแดดแรงควรเลือกกระบะลึกกว่าค่าขั้นต่ำประมาณ 5–10 เซนติเมตร เพราะกระบะตื้นจะแห้งเร็ว โดยเฉพาะกระบะโลหะหรือกระบะที่ได้รับแดดบริเวณผนังตลอดวัน

ในช่วงฤดูฝน ความลึกของกระบะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้น้ำขัง หากใช้วัสดุปลูกโปร่ง และมีทางระบายน้ำที่เหมาะสม กระบะลึกจะช่วยให้รากมีพื้นที่มากขึ้นได้ ปัญหาสำคัญคือก้นกระบะปิดทึบ ดินแน่น หรือรูระบายน้ำอุดตัน

ปรับขนาดกระบะเมื่อใช้มุ้งกันแมลง

กระบะที่อยู่ภายในมุ้งกันแมลงต้องมีพื้นที่เผื่อสำหรับทรงพุ่ม ทางเดิน และการเปิดประตู ไม่ควรให้ใบมะเขือเทศสัมผัสมุ้ง เพราะแมลงที่อยู่ด้านนอกอาจเข้าถึงใบผ่านตาข่ายได้ และใบที่แนบมุ้งจะระบายอากาศไม่ดี

  • เว้นระยะจากต้นริมถึงมุ้งอย่างน้อยประมาณ 20–30 เซนติเมตร
  • เว้นทางเดินดูแลต้นประมาณ 60–80 เซนติเมตร
  • ทำโครงมุ้งสูงกว่าความสูงค้างประมาณ 10–20 เซนติเมตร
  • แยกโครงพยุงต้นออกจากโครงมุ้ง
  • หลีกเลี่ยงการปลูกหนาแน่นเพราะภายในมุ้งถ่ายเทอากาศน้อยกว่าพื้นที่เปิด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. เลือกกระบะตามขนาดผล: มะเขือเทศเชอร์รีผลเล็กอาจมีต้นและระบบรากขนาดใหญ่ได้
  2. ใช้กระบะตื้นกว่า 25 เซนติเมตร: ดินแห้งเร็วและไม่เหมาะกับการปลูกมะเขือเทศระยะยาว
  3. ปลูกหลายต้นเกินไป: รากและทรงพุ่มแย่งพื้นที่กัน ทำให้โรคระบาดง่าย
  4. นับความสูงภายนอกเป็นความลึกดิน: ต้องวัดระดับดินใช้งานจริงภายในกระบะ
  5. ไม่เผื่อพื้นที่สำหรับค้าง: การปักเสาภายหลังอาจทำให้รากเสียหาย
  6. ไม่เผื่อระยะระหว่างต้นกับมุ้ง: ใบสัมผัสตาข่ายและภายในมีความชื้นสูง

คำแนะนำสำหรับกระบะอเนกประสงค์

หากยังไม่ได้เลือกสายพันธุ์และต้องการสร้างกระบะที่สามารถปลูกมะเขือเทศได้หลายประเภท ขนาดที่ใช้งานได้ยืดหยุ่นคือ กว้าง 100–120 เซนติเมตร ยาว 240–300 เซนติเมตร และมีความลึกดินประมาณ 40–45 เซนติเมตร

กระบะขนาดนี้สามารถปลูกมะเขือเทศพุ่มเตี้ยได้ประมาณ 6–8 ต้น หรือปลูกมะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อยและมะเขือเทศผลใหญ่ได้ประมาณ 4–6 ต้น โดยจัดเป็นสองแถวสลับฟันปลาและควบคุมทรงต้นอย่างสม่ำเสมอ

สรุป

มะเขือเทศแคระควรมีดินลึกอย่างน้อย 25–30 เซนติเมตร มะเขือเทศพุ่มเตี้ยควรลึก 30–40 เซนติเมตร ส่วนมะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย มะเขือเทศผลกลาง และพันธุ์ผลใหญ่ ควรมีดินลึกประมาณ 40–50 เซนติเมตร พร้อมพื้นที่ดินประมาณ 50–100 ลิตรต่อต้น

สิ่งสำคัญคือเลือกขนาดจากลักษณะการเติบโตของต้น ไม่ใช่ดูจากขนาดผลเพียงอย่างเดียว กระบะที่มีปริมาตรดินเพียงพอจะรักษาน้ำและธาตุอาหารได้สม่ำเสมอ ทำให้รากเดินดี ต้นแข็งแรง และดูแลได้ง่ายตลอดรอบการปลูก