การปลูกมะเขือเทศในกระบะคลุมมุ้งช่วยลดความเสียหายจากแมลงได้มาก แต่ตาข่ายมุ้งจะลดการไหลเวียนของอากาศลงบางส่วน หากปลูกต้นชิดกันเกินไป ความชื้นจะสะสมอยู่ภายในทรงพุ่ม ทำให้ใบแห้งช้าและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคใบจุด โรคราน้ำค้าง โรคกิ่งแห้ง และโรคเชื้อราชนิดต่าง ๆ
การกำหนดระยะปลูกที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาร่วมกันทั้งสายพันธุ์ ขนาดกระบะ วิธีแต่งกิ่ง ความสูงของโครงมุ้ง และทิศทางลม ไม่ควรเพิ่มจำนวนต้นเพียงเพราะ ยังเห็นพื้นที่ว่างในช่วงที่ต้นกล้ามีขนาดเล็ก
ทำไมมะเขือเทศใต้ตาข่ายมุ้งต้องปลูกห่างกว่าปกติ
มุ้งตาถี่ช่วยป้องกันแมลงหวี่ขาว เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ และแมลงศัตรูพืชอื่น แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ความเร็วลมภายในลดลง โดยเฉพาะเมื่อมุ้งเปียกฝน มีฝุ่นเกาะ หรือมีวัชพืชและสิ่งของกีดขวางอยู่รอบกระบะ
หากทรงพุ่มมะเขือเทศซ้อนทับกันมากเกินไป อาจเกิดปัญหาดังต่อไปนี้
- ใบแห้งช้าหลังฝนสาดหรือหลังรดน้ำ
- ความชื้นสะสมบริเวณใบล่างและกลางทรงพุ่ม
- แสงส่องเข้าไม่ถึงใบด้านใน
- ตรวจหาแมลง ไข่แมลง และอาการโรคได้ยาก
- เชื้อโรคแพร่จากใบหนึ่งไปยังอีกต้นได้ง่าย
- แต่งกิ่ง ผูกต้น และเก็บผลผลิตไม่สะดวก
- แมลงที่หลุดเข้าไปภายในมุ้งแพร่กระจายระหว่างต้นได้รวดเร็ว
ระยะปลูกที่แนะนำตามประเภทมะเขือเทศ
| ประเภทมะเขือเทศ | ระยะระหว่างต้น | ระยะระหว่างแถว | การจัดทรงต้น |
|---|---|---|---|
| มะเขือเทศแคระ | 35–40 ซม. | 45–50 ซม. | ปล่อยเป็นพุ่มขนาดเล็ก |
| มะเขือเทศพุ่มเตี้ย | 45–55 ซม. | 60–70 ซม. | ใช้หลักหรือกรงพยุงพุ่ม |
| มะเขือเทศสีดา | 50–60 ซม. | 65–75 ซม. | ควบคุมประมาณ 2–3 ลำต้นหลัก |
| มะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย | 55–65 ซม. | 70–80 ซม. | ควบคุมประมาณ 1–2 ลำต้นหลัก |
| มะเขือเทศผลกลาง | 60–70 ซม. | 75–90 ซม. | ควบคุมประมาณ 1–2 ลำต้นหลัก |
| มะเขือเทศผลใหญ่ | 65–75 ซม. | 80–100 ซม. | ควบคุม 1 ลำต้นหลักหรือไม่เกิน 2 ลำต้น |
ระยะในตารางเป็นแนวทางสำหรับการปลูกภายในมุ้ง หากพื้นที่มีอากาศร้อนชื้น ลมผ่านน้อย หรือผู้ปลูกไม่ต้องการแต่งกิ่งบ่อย ควรเลือกค่าระยะปลูกด้านกว้าง หรือเพิ่มระยะอีกประมาณ 5–10 เซนติเมตร
เลือกจำนวนแถวตามความกว้างของกระบะ
กระบะกว้าง 50–70 เซนติเมตร
ควรปลูกเพียงแถวเดียว วางต้นตามแนวกึ่งกลางกระบะ เหมาะกับกระบะติดผนัง หรือกระบะที่เข้าดูแลได้จากด้านเดียว การปลูกแถวเดียวทำให้ใบได้รับแสงดี และสามารถตรวจสอบต้นได้สะดวก
กระบะกว้าง 80–90 เซนติเมตร
เหมาะกับมะเขือเทศเลื้อยแบบแถวเดียวมากที่สุด หากต้องการปลูกสองแถว ควรใช้เฉพาะพันธุ์แคระหรือพันธุ์พุ่มขนาดเล็ก และต้องเว้นทางเดินให้เข้าถึงได้ทั้งสองด้าน
กระบะกว้าง 100–120 เซนติเมตร
สามารถปลูกสองแถวได้ โดยวางต้นแบบสลับฟันปลา เพื่อลดการบังแสงและไม่ให้ทรงพุ่ม ของต้นตรงข้ามชนกันโดยตรง ควรเข้าดูแลกระบะได้จากทั้งสองด้าน
กระบะกว้างเกิน 120 เซนติเมตร
ไม่ค่อยเหมาะกับการดูแลจากด้านนอก เพราะเอื้อมถึงต้นกลางกระบะได้ยาก หากจำเป็นต้องใช้กระบะกว้าง ควรมีทางเดินภายในโดยเฉพาะ และต้องไม่เหยียบลงบนพื้นที่รากของมะเขือเทศ
ปลูกสองแถวควรวางแบบสลับฟันปลา
การปลูกแบบสลับฟันปลาคือการวางต้นของแถวที่สองให้อยู่ตรงช่องว่างระหว่างต้นของแถวแรก วิธีนี้ช่วยเพิ่มระยะห่างในแนวทแยง เปิดช่องให้แสงและอากาศผ่านกลางกระบะได้ดีกว่า การวางต้นให้ตรงกันทุกตำแหน่ง
ตัวอย่างกระบะกว้าง 120 เซนติเมตร ยาว 300 เซนติเมตร สำหรับมะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย สามารถจัดสองแถว แถวละ 4 ต้น รวม 8 ต้น โดยเว้นระยะตามแนวยาวประมาณ 60–65 เซนติเมตร และวางต้นทั้งสองแถวสลับตำแหน่งกัน
หากปลูกพันธุ์ผลใหญ่หรือปล่อยไว้สองลำต้น ควรลดจำนวนลงเหลือประมาณ 6 ต้นต่อกระบะขนาดเดียวกัน เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับรากและทรงพุ่มมากขึ้น
จำนวนต้นที่เหมาะสมกับกระบะขนาดต่าง ๆ
| ขนาดกระบะ | มะเขือเทศพุ่มเตี้ย | เชอร์รีแบบเลื้อย | มะเขือเทศผลใหญ่ |
|---|---|---|---|
| กว้าง 60 × ยาว 120 ซม. | 2 ต้น | 2 ต้น | 1–2 ต้น |
| กว้าง 80 × ยาว 200 ซม. | 4 ต้น | 3 ต้น | 2–3 ต้น |
| กว้าง 100 × ยาว 240 ซม. | 6–8 ต้น | 6 ต้น | 4 ต้น |
| กว้าง 120 × ยาว 300 ซม. | 8–10 ต้น | 6–8 ต้น | 6 ต้น |
จำนวนดังกล่าวใช้กับกระบะดินลึกประมาณ 35–45 เซนติเมตรและมีการจัดทรงต้นสม่ำเสมอ หากดินตื้นกว่านี้หรือพื้นที่ระบายอากาศไม่ดี ควรลดจำนวนต้นลง
ต้องเว้นระยะห่างจากมุ้งเท่าไร
ไม่ควรปล่อยให้ใบหรือผลมะเขือเทศแนบกับตาข่ายมุ้ง เพราะบริเวณดังกล่าวระบายอากาศไม่ดี ใบอาจเสียดสีกับมุ้ง และแมลงขนาดเล็กที่เกาะด้านนอกอาจสัมผัสพืชผ่านตาข่ายได้
- เว้นระหว่างต้นริมกับผนังมุ้งอย่างน้อย 25–30 เซนติเมตร
- เว้นระหว่างยอดต้นกับหลังคามุ้งประมาณ 20–30 เซนติเมตร
- เว้นพื้นที่หน้าประตูประมาณ 60–80 เซนติเมตร
- ไม่วางถัง อุปกรณ์ หรือเศษใบไม้ขวางทางลมบริเวณชายมุ้ง
- ตัดกิ่งที่ยื่นไปสัมผัสมุ้งออกเป็นระยะ
ความสูงของโครงมุ้งและโครงค้าง
สำหรับมะเขือเทศพุ่มเตี้ย โครงมุ้งควรสูงประมาณ 160–180 เซนติเมตร ส่วนมะเขือเทศเชอร์รีและพันธุ์เลื้อยควรใช้โครงสูงประมาณ 200–220 เซนติเมตร เพื่อให้มีพื้นที่เหนือยอดและสามารถเข้าไปผูกต้นหรือเก็บผลผลิตได้สะดวก
ควรแยกโครงค้างพยุงมะเขือเทศออกจากโครงมุ้ง น้ำหนักของต้นและผลอาจทำให้โครงมุ้งบิดตัว เกิดช่องเปิดตามชายมุ้ง หรือทำให้ตาข่ายฉีกขาดได้
การจัดทรงต้นช่วยลดความชื้นได้อย่างไร
ระยะปลูกที่ดีต้องทำงานร่วมกับการจัดทรงต้น หากปล่อยหน่อข้างทั้งหมดไว้ มะเขือเทศจะสร้างพุ่มหนาแน่นจนช่องว่างระหว่างต้นหายไป
- พันธุ์เลื้อย: ควบคุมไว้ประมาณ 1–2 ลำต้นหลัก แล้วผูกกับเชือกหรือค้าง
- พันธุ์พุ่ม: ไม่จำเป็นต้องตัดหน่อทั้งหมด แต่ควรนำกิ่งที่ซ้อนทับหรืออยู่ชิดดินออก
- ใบล่าง: ตัดใบแก่ ใบเหลือง หรือใบที่สัมผัสดินออกทีละน้อย
- ยอดต้น: ควบคุมไม่ให้ชนหลังคาหรือพันเข้ากับตาข่ายมุ้ง
ไม่ควรตัดใบออกมากเกินไปในครั้งเดียว เพราะใบเป็นแหล่งสร้างอาหารและช่วยบังผลจากแดด ควรใช้เครื่องมือสะอาด ตัดในช่วงที่ใบแห้ง และนำเศษใบออกจากมุ้งทันที
ระบบน้ำมีผลต่อความชื้นภายในมุ้ง
แม้จะจัดระยะปลูกเหมาะสม แต่หากรดน้ำจนใบและพื้นภายในเปียกเป็นเวลานาน ความชื้นก็ยังสะสมได้ ระบบน้ำหยดจึงเหมาะกับกระบะมะเขือเทศมากกว่าการใช้หัวพ่นฝอย
- วางหัวน้ำหยดใกล้เขตราก ไม่วางชิดโคนต้นโดยตรง
- ให้น้ำช่วงเช้าเพื่อให้น้ำส่วนเกินระเหยได้ระหว่างวัน
- หลีกเลี่ยงการรดน้ำเหนือใบในช่วงเย็น
- ตรวจดินลึกประมาณ 5–10 เซนติเมตรก่อนให้น้ำ
- แก้ไขบริเวณที่น้ำหยดรวมกันจนดินแฉะ
- คลุมหน้าดินเพื่อลดการกระเด็นของเชื้อโรคจากดินขึ้นสู่ใบ
ตำแหน่งวางกระบะและทิศทางลม
ควรวางกระบะในตำแหน่งที่ได้รับแสงแดดโดยตรงและมีลมผ่านรอบโครงมุ้ง ไม่ควรวางชิดกำแพงทึบทุกด้านหรืออยู่ใต้ชายคาที่มีน้ำฝนไหลลงมา พื้นรอบกระบะต้องไม่มีน้ำขัง เพราะความชื้นจากพื้นสามารถสะสมภายในมุ้งได้
ด้านยาวของโครงมุ้งควรรับลมประจำพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม และควรเว้นช่องว่าง ระหว่างกระบะแต่ละชุดประมาณ 80–100 เซนติเมตร เพื่อให้ลมเคลื่อนผ่าน และมีพื้นที่สำหรับตรวจสภาพมุ้งทุกด้าน
การเลือกมุ้งให้สมดุลกับการระบายอากาศ
มุ้งตาถี่สามารถป้องกันแมลงขนาดเล็กได้ดี แต่จะลดการไหลเวียนของอากาศมากกว่ามุ้งตาห่าง จึงควรเลือกตามชนิดแมลงเป้าหมาย ไม่ใช้มุ้งถี่เกินความจำเป็น และต้องรักษาความสะอาดของตาข่าย
- ทำความสะอาดฝุ่นและตะไคร่ที่เกาะมุ้ง
- ขึงมุ้งให้เรียบ ไม่ปล่อยให้พับซ้อนหลายชั้น
- ซ่อมรอยขาดทันทีเพื่อไม่ให้แมลงหลุดเข้าไป
- ใช้ประตูสองชั้นหรือม่านซ้อนแทนการเปิดมุ้งทิ้งไว้
- หลีกเลี่ยงการคลุมพลาสติกทับมุ้งทุกด้านโดยไม่มีช่องระบาย
การตรวจโรคภายในกระบะคลุมมุ้ง
มุ้งช่วยป้องกันแมลงได้ แต่ไม่สามารถป้องกันเชื้อโรคที่ติดมากับต้นกล้า ดิน อุปกรณ์ น้ำ หรือมือของผู้ดูแลได้ทั้งหมด จึงควรตรวจต้นเป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณกลางทรงพุ่มและใบล่าง
- ตรวจใบด้านบนและใต้ใบอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง
- สังเกตจุดสีน้ำตาล ใบเหลือง รอยช้ำ หรือขอบใบแห้งผิดปกติ
- ตรวจโคนต้นและผิวดินว่ามีความชื้นสูงผิดปกติหรือไม่
- นำใบที่มีอาการออกโดยใช้เครื่องมือสะอาด
- แยกต้นที่มีอาการรุนแรงออกจากพื้นที่ปลูก
- ทำความสะอาดเครื่องมือก่อนใช้กับต้นถัดไป
ตัวอย่างการจัดกระบะขนาด 120 × 300 เซนติเมตร
สำหรับมะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย สามารถจัดสองแถวสลับฟันปลา แถวละ 3–4 ต้น รวมประมาณ 6–8 ต้น โดยมีรายละเอียดดังนี้
- เว้นระยะระหว่างต้นตามแนวยาวประมาณ 60–65 เซนติเมตร
- เว้นระหว่างแถวประมาณ 70 เซนติเมตร
- เว้นต้นริมจากปลายกระบะประมาณ 30 เซนติเมตร
- ควบคุมต้นไว้ประมาณ 1–2 ลำต้นหลัก
- ใช้เชือกพยุงต้นแต่ละต้นแยกกัน
- ใช้โครงมุ้งสูงประมาณ 200–220 เซนติเมตร
- เว้นทางเดินภายนอกอย่างน้อย 70 เซนติเมตร
หากพื้นที่ร้อนชื้นมากหรือมุ้งตั้งอยู่ในจุดลมผ่านน้อย ควรปลูกเพียง 6 ต้น เพื่อเพิ่มช่องว่างระหว่างทรงพุ่มและลดภาระในการแต่งกิ่ง
ข้อผิดพลาดที่ทำให้ภายในมุ้งอับชื้น
- ปลูกตามขนาดต้นกล้า: ไม่เผื่อพื้นที่สำหรับทรงพุ่มเมื่อต้นโตเต็มที่
- เพิ่มจำนวนแถวมากเกินไป: กระบะกว้างไม่ถึง 100 เซนติเมตรแต่ปลูกสองแถวใหญ่
- ไม่แต่งหน่อข้าง: พันธุ์เลื้อยจึงสร้างพุ่มหนาแน่นจนต้นชนกัน
- ปล่อยใบแตะดินและมุ้ง: ทำให้ใบชื้นและเพิ่มโอกาสรับเชื้อโรค
- รดน้ำเหนือใบตอนเย็น: ใบเปียกตลอดกลางคืนและแห้งช้า
- ใช้มุ้งตาถี่โดยไม่เผื่อระยะปลูก: การไหลเวียนของอากาศไม่เพียงพอ
- เก็บเศษใบไว้ภายในมุ้ง: เศษพืชอาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแมลง
รายการตรวจสอบก่อนย้ายต้นกล้า
- ทราบว่าพันธุ์ที่ปลูกเป็นแบบพุ่มหรือแบบเลื้อย
- กำหนดจำนวนต้นตามขนาดเมื่อโตเต็มที่แล้ว
- เว้นระยะจากผนังมุ้งอย่างน้อย 25–30 เซนติเมตร
- จัดสองแถวแบบสลับฟันปลา
- มีทางเดินสำหรับเข้าถึงทุกต้น
- ติดตั้งโครงค้างก่อนย้ายปลูก
- วางระบบน้ำหยดเรียบร้อยแล้ว
- ตรวจว่าพื้นและกระบะระบายน้ำได้ดี
- ตรวจว่ามุ้งสะอาด ไม่มีรอยขาด และไม่กีดขวางทางลม
สรุป
ระยะปลูกมะเขือเทศภายในกระบะคลุมมุ้งควรกว้างพอให้แสงและลมผ่านทรงพุ่มได้ มะเขือเทศพุ่มเตี้ยควรเว้นประมาณ 45–55 เซนติเมตร ส่วนมะเขือเทศเชอร์รีแบบเลื้อย และมะเขือเทศผลใหญ่ควรเว้นประมาณ 55–75 เซนติเมตรตามขนาดของต้น
กระบะกว้างไม่เกิน 90 เซนติเมตรควรปลูกแถวเดียว ส่วนกระบะกว้าง 100–120 เซนติเมตร สามารถปลูกสองแถวแบบสลับฟันปลาได้ เมื่อใช้ร่วมกับการแต่งกิ่ง ระบบน้ำหยด การเว้นระยะจากมุ้ง และการรักษาความสะอาดภายใน จะช่วยลดความชื้นสะสม ชะลอการแพร่กระจายของโรค และทำให้ดูแลมะเขือเทศได้สะดวกขึ้น

